วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ด่วนที่สุด !! ศาลพิพากษา พม่าจำเลยคดีฆ่า 2 ฝรั่งที่เกาะเต่า ว่าแบบนี้ แม่เหยื่อช็อกเป็นลม

 เมื่อเวลา 09.00น. วันที่ 24 ธ.ค. ที่ศาลจังหวัดเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี รถควบคุมผู้ต้องขังเรือนจำอำเภอเกาะสมุยได้นำตัวนายซอริน และนายเวพิว แรงงานต่างชาติชาวเมียนมา เชื้อสายยะไข่ จำเลยในคดีฆาตกรรมนายเดวิด วิลเลียม มิลเลอร์ อายุ 24 ปี และน.ส.ฮานนาห์ วิคตอเรีย วิทเธอริดจ์ อายุ 24 ปี นักท่องเที่ยวสัญชาติอังกฤษ บริเวณโขดหินแหลม จปร. หาดทรายรี ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 57 ที่ผ่านมา เพื่อมาฟังศาลอ่านคำพิพากษาตัดสินในคดีนี้ที่ห้องพิจารณาคดีบัลลังท์ 6 โดยจำเลยทั้งสองมีสีหน้านิ่งเฉย ท่ามกลางกองทัพนักข่าวหลายสำนักทั้งจากไทยและต่างประเทศมารอทำข่าว



    ในการฟังคำพิพากษาในวันนี้เจ้าหน้าที่สถานทูตอังกฤษ ประจำประเทศไทย ได้มาพร้อมกับพ่อและแม่ของนายเดวิด วิลเลี่ยม มิลเลอร์ ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษา ส่วนครอบครัวของน.ส.ฮานนาห์ วิคตอเรีย วิทเธอริดจ์ ไม่ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาด้วยตัวเอง กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ลูกของทั้งสองครอบครัวได้เสียชีวิตจากการเดินทางมาท่องเที่ยวยังเกาะเต่า โดยตำรวจจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุฆ่าลูกได้ทั้งสองครอบครัวก็เฝ้าติดตามการทำงานของกระบวนการยุติธรรมของไทยมาตลอด  จนถึงวันนี้ซึ่งเป็นวันพิจารณาคดีพวกเราก็หวังว่าความยุติธรรมจะยังคงอยู่กับครอบครัวเราทั้งสอง


    ด้านครอบครัวของนายเวพิว และนายซอริน  ได้เดินทางมาศาลพร้อมด้วยทีมทนายความ  โดยนางพิว ชุยนุก แม่ของนายเวพิว กล่าวผ่านล่ามทั้งน้ำตาว่า ยังเชื่อมั่นว่าลูกชายของตนเองทั้งสองคนไม่ได้เป็นคนฆ่าสองนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษอย่างแน่นอน พร้อมกับเชื่อมั่นในความยุติธรรมของผู้พิพากษาที่จะตัดสินในวันนี้ ก่อนที่จะเข้าห้องพิจารณาคดี เพื่อฟังคำตัดสินในวันนี้


   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลได้พิจารณาแล้วว่าทั้งนายเวพิว และนายซอริน มีความผิดจริง เนื่องจากมีพยานหลักฐานว่าทั้ง 2 คนฆาตกรรมนายเดวิด วิลเลียม มิลเลอร์ อายุ 24 ปี และน.ส.ฮานนาห์ วิคตอเรีย วิทเธอริดจ์ อายุ 24 ปี นักท่องเที่ยวสัญชาติอังกฤษจริง จึงพิพากษาให้ประหารชีวิตจำเลยทั้ง 2 คน แม่ถึงกับช็อกรับไม่ได้กับสิ่งที่ลูกไม่ได้ทำทางบ้าน จำเลย กล่าว

    สำหรับคดีฆาตกรรมสองนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษบนเกาะเต่า ได้แถลงปิดคดีเมื่อวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยทนายของจำเลยแถลงปิดคดีเกาะเต่าขอให้ศาลยกฟ้องแรงงานชาวเมียนมา เพราะการดำเนินคดีกับจำเลยก่อนฟ้องคดีไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยรับสารภาพโดยไม่สมัครใจ ไม่มีดีเอ็นเอของจำเลยบนจอบที่ใช้ก่อเหตุฆาตกรรม  กระบวนการเก็บดีเอ็นเอส่วนที่เชื่อมโยงกับจำเลยก็ขาดความน่าเชื่อถือ และโจทก์ขาดหลักฐานชิ้นสำคัญในการพิสูจน์ความผิดของจำเลย
ทีมา   http://www.siamupdate.com/news-179717

วันพุธที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ฝากเตือน! ครอบครัวนี้เป็นมะเร็งยกครัว 4 คน แต่เมื่อรู้สาเหตุสิ่งที่ก่อมะเร็งมันอยู่ในครัว น่ากลัวมาก!

ในประเทศจีนมีผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเป็นโรคมะเร็ง หลังจากที่เธอรู้ว่าโรคร้ายได้คุกคามร่างกายของเธอเธอก็ร้องไห้ทั้งวันทั้ง คืนไม่มีหยุด ผ่านไปไม่นานลูกสาวและลูกชายของเธอก็ถูกตรวจพบว่าเป็นโรคมะเร็งเช่นกัน เท่ากับว่าทั้ง 4 ชีวิตในครอบครัวของเธอเป็นโรคมะเร็งกันทุกคน
ทุก วันนี้เริ่มมีข่าวว่าหลายๆครอบครัวมีสมาชิกครอบครัวที่เป็นมะเร็งกันมากกว่า 1 คน พวกเขาไม่ได้เป็นมะเร็งเพราะกรรมพันธุ์หรือพฤติกรรมการกิน แต่เป็นเพราะพวกเขาใช้เขียงที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ทำให้กินอาหารที่ไม่อนามัยเข้าไปโดยไม่ได้ตั้งใจและเป็นมะเร็งกันทั้งครอบ ครัว

เหตุผล ที่ทำให้เขียงกลายเป็นสาเหตึของการเกิดมะเร็งนั้นเป็นเพราะเศษอาหารที่หลง เหลืออยู่บนเขียงสะสมสิ่งสกปรกและก่อให้เกิดสารอะฟลาทอกซินซึ่งเป็นอันตราย ต่อร่างกายมนุษย์ ถ้าหากคนเราได้รับสารอะฟลาทอกซินเพียง 1 มิลลิกรัมก็จะก่อให้เกิดเซลล์มะเร็ง และถ้าหากได้รับสารปริมาณ 20 มิลลิกรัมขึ้นไปก็จะทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิตได้!

ทางที่ดีที่สุดควรจะแยกเขียง 2 อันไว้ใช้ในครัว สำหรับของสุกและของดิบ

การทำความสะอาดโดยทั่วไปจะไม่สามารถกำจัดสารอะฟลาท๊อกซินออกไปได้ เพราะสารพิษอะฟลาทอกซินสามารถทนความร้อนได้สูงถึง 280 องศาเซลเซียส

การกำจัดสารอะฟลาทอกซิน:

1.โรย เกลือฆ่าเชื้อ: ใช้มีดขูดหน้าเขียงเพื่อขจัดเศษอาหารที่ตกข้างบนหน้าเขียวออก โรยเกลือลงบนหน้าเขียงอาทิตย์ละครั้งเพื่อฆ่าเชื้อและป้องกันหน้าเขียงไม้ แห้งแตก

2.น้ำส้มสายชูฆ่าเชื้อ: ราดน้ำส้มสายชูลงบนเขียงแล้วนำเขียงไปตากแดดจนแห้ง แล้วค่อยใช้น้ำเปล่าล้างออกให้สะอาด

3.ฆ่าเชื้อด้วยน้ำยาทำความสะอาด

การรักษาความสะอาดในห้องครัวเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับเครื่องครัวที่ต้องสัมผัสโดยตรงกับอาหาร เพื่อป้องกันไม่ให้กินอาหารที่มีเชื้อโรคและสิ่งสกปรกเข้าสู่ร่างกาย!
ทีมา   http://www.siamupdate.com/news-179586

วันอังคารที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ขนหัวลุก !! ญาติกำลังจะเผา พอเปิดโลงดูถึงกับช็อกกันทั้งวัด ปาฏิหารมีจริง ไม่น่าเชื่อ

ฮือฮาหนุ่มช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าเมืองทุ่งสง เป็นลมตาย ญาติตั้งสวดนาน 4 วัน ก่อนเผาเปิดโลงศพดูศพ ตะลึงสภาพสมบูรณ์เหมือนคนนอนหลับ เชื่อยังไม่ตายยกร่างออกจากโลงรอปาฏิหาริย์ฟื้น

กรณีญาติๆ ได้นำศพของ นายพัศกร จันทร์อุดม อายุ 40 ปี ช่างซ่อมทีวีและเครื่องใช้ไฟฟ้าในตัวตลาด อ.ทุ่งสง ซึ่งเสียชีวิตจากการเป็นลม มาตั้งบำเพ็ญกุศลศพที่วัดชุมพล อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เป็นเวลา 4 วัน และกำหนดเผาเย็นวานนี้ (21 ธค.) แต่ปรากฏว่าก่อนเผาขณะที่ญาติเปิดฝาโลงศพดูศพก็พบว่าร่างของนายพัศกร ยังมีสภาพสมบูรณ์ เนื้อตัวยังอุ่นอยู่คล้ายกับคนนอนหลับ ญาติๆ เชื่อกันว่ายังไม่เสียชีวิต แต่อาจจะนอนหลับอยู่ จึงพากันนำศพออกจากโลงมาตั้งไว้บนศาลาของวัด เพื่อรอปาฏิหาริย์ให้นายพัศกรฟื้นขึ้นมาตามความเชื่อ

ล่าสุดเมื่อวัน ที่ 22 ธ.ค. ที่วัดชัยชุมพล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางญาติยังเฝ้าคอยลุ้นปาฏิหาริย์ให้นายพัศกรฟื้นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อวาน แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ฟื้นแต่อย่างใด โดยญาติคนหนึ่ง เล่าว่า เมื่อ 5 วันที่แล้วนายพัศกร ได้ไปดื่มเบียร์ผสมน้ำอัดลมยี่ห้อหนึ่ง แล้วนอนหลับไป 2 ชั่วโมง เมื่อไปปลุกก็ไม่ตื่น จึงรีบนำส่ง รพ.ทุ่งสง และเสียชีวิตในเวลาต่อมา แพทย์ระบุสาเหตุเกิดจากกรดไหลย้อน จากนั้นญาติได้พาร่างนายพัศกรมาตั้งบำเพ็ญกุศลศพฯ สวดจนครบตามประเพณี และก่อนเผาได้มีการเปิดฝาโลงพบร่างนายพัศกรยังมีสภาพสมบูรณ์เหมือนคนยังไม่ เสียชีวิตคล้ายคนนอนหลับ จึงรีบนำร่างออกจากโลงมารอปาฏิหาริย์ให้ฟื้นดังกล่าว

ทั้งนี้ ญาติคนหนึ่งยังเชื่อว่าอาจจะเกิดจากที่นายพัศกรชอบเล่นไสยศาสตร์ ก่อนนอนหลับนายพัศกรเคยสั่งญาติๆ ไม่ให้ปลุก แต่ญาติเผลอไปปลุกอาจจะทำให้วิญญาณเข้าร่างไม่ทัน ซึ่งล่าสุดทางญาติกำลังตามหมอไสยศาสตร์มาทำพิธีเพื่อเชิญวิญญาณกลับเข้าร่าง ท่ามกลางความฮือฮาของชาวทุ่งสงที่ทราบเรื่องราวดังกล่าวอยู่ในขณะนี้.
ทีมา   http://www.siamupdate.com/news-179647

วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2558

แม่ช็อก! นอนหลับสบายตื่นมาลูกวัย 10 ขวบตายคาที่ เพราะความประมาทกับเรื่องแค่นี้!

เด็กชายชาวมาเลเซียวัย 10 ปี ตกจากระเบียงชั้น 6 โรงแรมดับปริศนา หลังมาเที่ยวหาดใหญ่พร้อมกับครอบครัว ด้านเจ้าหน้าที่คาดผู้ตายอาจเดินละเมอจนพลัดหล่นลงมาหรือมายืนรับลมจนเกิด อุบัติเหตุ
เมื่อ วันที่ 19 ธ.ค. ร.ต.ท.กิตติทัศน์ หนูเมือง พนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รับแจ้งเหตุมีผู้พลัดตกจากอาคารสูงเสียชีวิต ที่บริเวณโรงแรมแห่งหนึ่งย่านถนนฉายากุล ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบพร้อมฝ่ายสืบสวน แพทย์ รพ.หาดใหญ่ และหน่วยกู้ภัยมิตรภาพสามัคคี ท่งเซียเซียเซี่ยงตึ้งหาดใหญ่ จุดเกิดเหตุอยู่ตรงลานจอดรถด้านหลังของโรงแรม พบศพ ด.ช.ฟาม ซอง เฮง อายุ 10 ปี สัญชาติมาเลเซีย นอนเสียชีวิตอยูในสภาพกระดูกหลังหัก ศีรษะแตกจากการกระแทกพื้นอย่างรุนแรง โดยมีญาติๆของผู้ตายกอดศพร่ำไห้อย่างน่าเวทนา

สอบ สวนเบื้องต้นทราบว่า เด็กชายผู้ตายมีภูมิลำเนาอยู่ที่รัฐมะละกา ประเทศมาเลเซีย และได้เดินทางมาท่องเที่ยวที่ อ.หาดใหญ่ พร้อมกับญาติพี่น้อง รวม 6 คน ตั้งแต่เมื่อ 2 วัน และได้เข้าพักที่โรงแรมดังกล่าว โดยมีกำหนดจะเดินทางกลับมาเลเซียในช่วงเช้าของวันนี้ ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้นอนอยู่กับย่าและน้องชายอีกคนที่บริเวณห้องพักชั้น 6 ส่วนพ่อและแม่ของผู้ตายแยกพักอยู่ที่ชั้น 3 ซึ่งผู้ตายได้พลัดตกลงมาเสียชีวิตอย่างไม่ทราบสาเหตุในขณะที่ทุกคนกำลังหลับ สนิท กระทั่งมีเจ้าหน้าที่โรงแรมมาพบศพ จึงนำเรื่องมาแจ้งให้ทราบ
อย่าง ไรก็ตาม ทางญาติของเด็กชายที่เสียชีวิตไม่เชื่อว่าจะเป็นการฆ่าตัวตาย เนื่องจากไม่มีเหตุจูงใจอะไรที่จะทำให้กระโดดลงมา อีกทั้งผู้ตายก็เป็นเด็กร่าเริง และก่อนหน้าจะเสียชีวิตก็มีอาการปกติดีทุกอย่าง ทางตำรวจจึงสันนิษฐานว่า ผู้ตายอาจนอนไม่หลับ จึงออกมายืนเล่นรับลมตรงระเบียงห้องพักแล้วพลัดตกลงมา หรือผู้ตายอาจจะละเมอเดินออกจากห้อง และปีนระเบียงกระโดดลงมา ซึ่งทางตำรวจจะเร่งสืบสวนสอบสวน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป.
ทีมา   http://www.siamupdate.com/news-179552

วันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2558

โจ๋ทำปืนลั่นใส่เบ้าตาตัวเองดับสยอง เรื่องกลับตาละปัดเมื่อสืบพบอะไรบางอย่าง แฟนถึงกับน้ำตาไหล!

 เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 17 ธ.ค. ร.ต.ท.ธนวัฒน์ ชีวิตโสภณ ร้อยเวรสอบสวน สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตด้วยอาวุธปืน เหตุเกิดภายในแฟลตเอื้ออาทร 2 (วัดกู้) ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ณฐพล ศุกระศร รอง ผบก. พ.ต.ท.วิทิต จันทร์เอี่ยม รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.พิทยากร เพชรรัตน์ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.ศุภชัย ไตรสมบูรณ์ รอง ผกก.วท.พฐ. พ.ต.ต.ประสิทธิ์ วิรัตยาภรณ์ สว.สส. แพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ มูลนิธิป่อเต๊กตึ้ง


 ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณชั้นที่ 4 พบศพนายสุทธิวัฒน์ หรือปอ เนตรทิพย์ อายุ 20 ปี นอนเสียชีวิตอยู่กลางห้องมีบาดแผลถูกกระสุนปืน ขนาด .38 ที่เบ้าตาขวา เลือดไหลนอง ข้างศพพบอาวุธปืนปากกาตกอยู่โดยมี น.ส.ปวริศา ศรีวุฒิเสถียร 20 ปี แฟนสาวร่ำไห้อยู่ข้างศพ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องกันออกนอกที่เกิดเหตุ เพื่อทำการตรวจสอบ


 นายณัฐวุฒิ วัฒนะ อายุ 19 ปี เพื่อนที่อยู่ในเหตุการณ์กล่าวว่า ตนและผู้ตายเรียนเคยอยู่ด้วยกันที่โรงเรียนเทคนิคปทุมธานี เมื่อผู้ตายเรียนจบมาได้ 2 ปี ส่วนตนเรียนไม่จบ จึงได้ไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ปี 1 ก่อนเกิดเหตุตนและนายณัฐพล ช่างต่อ อายุ 20 ปี เพื่อนสนิทกันสมัยเรียนมัธยม มาหาผู้ตายที่ห้องและนั่งพูดคุยพูดคุยกัน โดยมีแฟนสาวของผู้ตายนั่งเล่นกับสุนัขอยู่อีกมุมหนึ่งของห้อง จู่ๆ ผู้ตายก็หยิบอาวุธปืนปากกาจากตู้เสื้อผ้าออกมาโชว์ตนและเพื่อน ตนเห็นเข้าจึงร้องห้ามกลัวปืนจะลั่น และถามว่ามีลูกกระสุนหรือเปล่า  ปรากฎว่าผู้ตายเอาปืนจ่อเข้าที่เบ้าตาขวา ตัวเอง พร้อมทั้งพูดว่าไม่ต้องตกใจหรอกปืนไม่มีลูก ก่อนจะลั่นไกขึ้นจนเสียงดังสนั่น ร่างผู้ตายล้มหงายเสียชีวิตทันที ท่ามกลางความตกใจของตน เพื่อน รวมทั้งแฟนสาวของผู้ตาย จากนั้นจึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ


 เบื้องต้นชุดสืบสวนเชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุที่คนตายนำปืนมาเล่นอวดเพื่อน โดยคิดว่าไม่มีกระสุนจึงทำให้เกิดเหตุสลดขึ้นอย่างไรก็ พ.ต.อ.ณัฐพล ศุกระศร รอง ผบก. สั่งการให้เจ้าหน้าที่วิทยาการตรวจเขม่าดินปืนที่มือของนายณัฐวุฒิ นายณัฐพลและแฟนสาวผู้ตาย เพื่อหาเขม่าดินปืนว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนายสุทธิวัฒน์หรือไม่ ก่อนจะมอบศพให้มูลนิธินำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อผ่าหาหัวกระสุน และสาเหตุการเสียชีวิต


 ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบปากคำนายณัฐวุฒิ และนายณัฐพล เพื่อนของผู้ตายอย่างเคร่งเครียด จนนายณัฐวุฒิ ให้การรับสารภาพว่า หลังจากที่นายสุทธิวัฒน์ ผู้ตายนำปืนปากกาออกมาให้ดู  นายณัฐวุฒิก็หยิบมาเล่น แต่ไม่ทันระวัง กระสุนปืนจึงลั่นใส่หน้านายสุทธิวัฒน์จนเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าคนตาย นำตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทีมา   http://www.siamupdate.com/news-179516

วันอังคารที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ทอมทุ่มเทเพื่อแฟนสาว หาเงินเพื่อแฟนมีเงินใช้ รู้ตัวว่าคิดผิดชีวิตแทบล่มสลาย เพราะเหตุนี้

สาวทอมที่สัตหีบ ทำงานเป็นแคดดี้สนามกอล์ฟบังหน้า แต่เบื้องหลังเป็นเอเย่นต์ยาบ้าขายให้วัยรุ่นในพื้นที่ นอภ.ส่งสายล่อซื้อ ก่อนตามไปจับตัวได้ขณะกบดานอยู่กับแฟนในห้อง สารภาพค้ายาบ้าหาเงินส่งเสียเลี้ยงดูแฟนสาว...
เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 8 ธ.ค.58 นายนรเสฏฐ์ ศรีตะพัสโส นายอำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี พร้อมด้วย นายชวัฒน์ เทพทัพ หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง และนำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอสัตหีบวางแผนส่งสายลับติดต่อซื้อยาเสพติด ก่อนจับกุมตัวเอเย่นต์ คือ น.ส.จันจิรา หรือ เนะ สัมมาชีวะ อายุ 22 ปี อาชีพแคดดี้สนามกอล์ฟ สาวทอม พร้อมของกลางยาบ้า 2 เม็ด ธนบัตรล่อซื้อ 500 บาท และรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า MSX สีแดง ทะเบียน 1กฌ 8058 ระยอง ได้ภายในห้องพักคนงาน ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

นายนรเสฏฐ์ ศรีตะพัสโส นายอำเภอสัตหีบ เปิดเผยว่า ได้สืบทราบว่า ผู้ต้องหา ลักลอบจำหน่ายยาบ้า ให้กับกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ โดยประกอบอาชีพแคดดี้บังหน้า จึงให้สายลับโทรศัพท์ติดต่อสั่งซื้อยาบ้า 2 เม็ด ในราคา 500 บาท ต่อมาผู้ต้องหาได้ขี่รถจักรยานยนต์ นำยาบ้ามาส่งมอบให้สายลับ ยังจุดนัดพบริมถนนหน้าศาลาแดง ก่อนจะหนีไปกบดานอยู่กับแฟนสาวในห้องพักคนงาน จนนำไปสู่การติดตามจับกุมตัวได้ในที่สุด

เบื้องต้น จากการสอบสวร น.ส.จันจิรา ให้การรับสารภาพว่า ยาบ้าที่นำมาจำหน่ายซื้อมาจาก นายขาว อายุประมาณ 20 ปี วัยรุ่นในชุมชนเวียนคืนกองทัพเรือ ในราคาเม็ดละ 200 บาท ก่อนนำมาจำหน่ายในราคา 250 บาท เพื่อนำเงินไปส่งเสียเลี้ยงดูแฟนสาว
ทีมา   http://www.siamupdate.com/news-179283